ปัจจุบันรัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก เพราะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุน ที่สำคัญ... แหล่งท่องเที่ยวของไทยล้วนเลื่องชื่อลือชาว่าสวยงามและยังติดอันดับต้น ๆ ของโลกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะเดินทางมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ทำให้เวลานี้รายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละปีเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) มีสัดส่วนถึง 10% ขึ้นไป  โดยปี 57 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประมาณการไว้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะสูงถึง 2,026,500 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางมาประเทศไทยประมาณ 28.10 ล้านคน ทำรายได้ 1,326,500 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศนั้นคาดว่าคนไทยแต่ละคนจะเดินทางท่องเที่ยวถึง 136.80 ล้านคนต่อครั้งทำรายได้เข้าประเทศถึง 700,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 56 ถือว่าการตั้งเป้ารายได้จากคนไทยเที่ยวเมืองไทยเติบโตขึ้นถึง 9% ส่วนหนึ่งที่กระทรวงฯต้องปรับเป้าหมายให้พุ่งกระโดดขึ้นมาเนื่องจากการสนับสนุนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องการให้คนไทยหันมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ

 

ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ถึงแม้จะพุ่งกระโดดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะแน่นอนเสมอไปหากข้อพิพาทแย่งชิงดินแดนในทะเลจีนตะวันออกจบลง นักท่องเที่ยวจีนก็อาจจะหันเหกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อีกเช่นกัน รวมถึงจำนวน นักท่องเที่ยวที่แออัดยัดเยียดในแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ จนเป็นเหตุให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อม โทรมและเกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้นมากมาย

นอกจากนี้เหตุการณ์สำคัญที่ถือเป็นปัญหาเรื้อรังของไทย มานานหลายปีนั่นก็คือปัญหาของการประท้วงหรือการชุมนุมทางการเมือง เพราะเมื่อใดเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สถานทูตจากนานาชาติต้องออกมาประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ให้ระมัดระวังตัวเองซึ่งกลายเป็นว่าสร้างความตระหนกตกใจไปตาม ๆ กัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวจึงลดลงไปด้วย...

 

“แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยซึ่งถือว่า แทบจะคุ้นเคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้และจากผลสำรวจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์การชุมนุมพบว่าประชาชนให้ความเห็นถึง 50% ว่า การชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศไทยไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นข้อสรุปได้ว่าการหันมาให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้มากกว่ารวมถึงการบริหารจัดการด้านบุคลากรและทรัพยากรก็ยังทำได้ง่ายกว่าด้วยเงินหมุนเวียนภายในประเทศและทรัพยากรไม่สูญหาย การขยับเป้าหมายขึ้นมาจึงเป็นสิ่งที่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง”

“ธวัชชัย อรัญญิก” ผู้ว่าการ ททท.แม่ทัพผู้คุมกำลังพลหลักในการขับเคลื่อนแคมเปญสินค้าทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงหมายมั่นปั้นมือจัดแคมเปญยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวไทยพร้อมรวบรวมกำลังพลจากผู้อำนวยการภูมิภาคต่าง ๆ จากทั้ง 5 ภาคกลั่นกรองแหล่งท่องเที่ยวในฝัน...“ดรีมเดสติเนชั่น”

 

“ททท.จะดำเนินโครงการตามกลยุทธ์ในการเปิดแนวคิดทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในชื่อ ดรีม ทัวริสต์ซึ่ม ดึงความฝันในใจของทุกคนมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มต้นแคมเปญแรกของปีนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวกลุ่มแรกในชื่อดรีมเดสติเนชั่น กาลครั้งหนึ่ง..ต้องไปคัดสรรแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสุดยอดของความงามดั่งฝันที่มีแรงดึงดูดเชิญชวนให้คนไทยครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปสัมผัสแล้วคุณจะ..หลงรัก” .

จาก การจัดซื้ออาเซียน

Comment

Comment:

Tweet